เชิญคนกักตัวอยู่บ้าน มาดูหนังที่จะทำให้อินเหมือนได้ไปเล่นน้ำวันสงกรานต์จริงๆ

หนังออนไลน์ คนใดกันแน่ท้อแท้จาการพลาดเล่นน้ำช่วงสงกรานต์ปีนี้ มา ดูหนังผ่านเน็ต ที่ดูแล้วอินเหมือนได้ไปเล่นสาดน้ำจริงๆในเทศกาลสงกรานต์แทนละกัน เพราะการระบาดของไวรัสโควิด 19 ตัวร้ายที่ทุกคนรู้จักกันดี นี่จึงเป็นปีแรกที่งานเล่นน้ำวันสงกรานต์ถูกรัฐบาลสั่งงดเว้นทั่วราชอาณาจักร!! (น้ำตาแม่จะไหล อยากเล่นสงกรานต์ใจจะขาด) แม้กระนั้นช่างเถิด ถึงปีนี้พวกเรามิได้สาดน้ำกันจริงๆก็ไปสาดน้ำผ่านทางออนไลน์กันแก้ขัดไปก่อน ด้วยการดูหนังออนไลน์ 5 เรื่องนี้ที่เราคัดเลือกมาแล้วว่าถ้าหากคุณได้ดูเหมือนจำต้องฟินไปกับบรรยากาศวันสงกรานต์เหมือนได้ไปเล่นน้ำสงกรานต์จริงๆแน่นอน

1. รถไฟฟ้า ดูหนังออนไลน์ มาหานะคุณ
รถไฟฟ้า ดูหนังใหม่2020 มาหานะคุณ เป็นภาพยนตร์แนวโรแมนติก-คอมเมดี้ จากค่าย GTH ผลงานการกำกับของจิระ มะลิกุล บอกเล่าเรื่องราวของ “เหมยลี่” สาวโสดวัยสามสิบที่เพื่อนในกรุ๊ปล้วนแล้วแต่แต่งงานไปมีครอบครัว แม้กระนั้นแล้วชะตาชีวิตก็ลิขิตส่ง “ลุง” วิศวกรชายหนุ่มรูปหล่อที่ทำงานบนสถานีรถไฟฟ้ามาเจอกับเธอเข้าโดยบังเอิญ เหมยลี่หลงเสน่ห์คุณลุงและก็มานะตามจีบทุกแนวทางแม้เวลาทำงานของทั้งสองคนจะสวนกันในตอนกลางวัน-เวลากลางคืนก็ตาม ด้วยความที่รถไฟฟ้า มาหานะคุณโดนใจวัยรุ่นชาวออฟฟิศเข้าอย่างจัง ก็เลยทำให้ภาพยนตร์หัวข้อนี้กวาดรายได้ไปๆมาๆกกว่า 147 ล้านบาทจากรอบการฉาย รวมถึง1ในฉากเล่นน้ำสุดคลาสสิกอย่างฉากหล่อทะลุแป้งของเคน ธีรอำนาจ ยังทำเอาสาวๆลุ่มหลงมาจนกระทั่งตอนนี้

2. เมล์นรก หมวยชูล้อ
เป็นภาพยนตร์แนวคอมเมดี้ที่มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับวันสงกรานต์และเข้าฉายในช่วงเทศกาลสงกรานต์พอดีสำหรับ “เมล์แดนนรก หมวยยกล้อ” จากอาร์เอสฟิล์มถ่ายรูป ผลงานการควบคุมของเรียว กิตติกร ว่าด้วยเรื่องราวของ “โก๋” กระเป๋ารถสาย 39 ที่ดวงโชคร้ายจำเป็นต้องมาดำเนินการในวันสงกรานต์ มิหนำซ้ำยังจำต้องจับคู่กับ “เฮียเหลา” โชเฟอร์จู้จี้ที่เกลียดชังขี้หน้ากันมาตั้งแต่ชาติปางไหน แต่แล้วเรื่องที่ซวยกว่าเดิมก็มาเยี่ยมเมื่อเฮียเหลาขุ่นเคืองที่ถูกรถปิคอัพคันข้างๆสาดน้ำใส่จึงมั่นหมายที่จะขับตามไปเอาการ ส่งผลให้มีผู้โดยสารคนหนึ่งลงไปขึ้นรถกลับบ้านนอกไม่ทัน ก็เลยโกรธก่อกวนและเอาปืนขึ้นมาขู่ภายในรถ เรื่องอลหม่านจึงเกิดขึ้นข้างในวันสงกรานต์

3. Lost in Thailand
“Lost in Thailand” หรือ “กลุ่มมอนป่วนไทยแลนด์” เป็นภาพยนตร์แนวคอมเมดี้ภาคต่อจากจีน กำกับโดย สวี่ เจิง ใช้สถานที่ถ่ายทำส่วนใหญ่ในประเทศไทยเป็นจังหวัดเชียงใหม่แล้วก็กรุงเทพมหานคร ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ผลตอบรับที่ดียอดแล้วก็ทำเงินมากที่สุดในจีนแผ่นดินใหญ่ อีกทั้งยังเป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวคนจีนต่างเดินทางมาเมืองไทยเพื่อตามรอยภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วก็เทศกาลสงกรานต์กันเป็นจำนวนมาก เรื่องราวของแก๊งสนุกปั่นป่วนไทยแลนด์เป็นเรื่องราวของนักวิจัยคนจีน “ฉือลัง” ที่จำเป็นต้องเดินทามาหาผู้ถือหุ่นใหญ่ที่กำลังพักอยู่ในประเทศไทยเพื่อเซ็นสัญญา โดยมี “เก๋าป๋อ” นักวิจัยอีกคนได้ติดตามเขามาเพื่อแย่งเอาข้อตกลงที่จะต้องเซ็นไปสำเร็จงานของตน เรื่องราวการไล่ล่าคำสัญญาอันระส่ำระสายก็เลยเริ่มต้นขึ้น

4. ปิดภาคเรียนใหญ่ หัวใจว้าวุ่น
ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น เป็นผลการงานดูแลของย้ง ทรงขั้น จากค่าย GTH ที่สร้างความฮือฮาด้วยการนำศิลปินเอวีชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่นอย่าง “โซระ อาโออิ” มาร่วมแสดงภายในเรื่อง นำไปสู่กระแสวิจารณ์ในสมัยนั้น ปิดภาคเรียนใหญ่ หัวใจว้าวุ่นแบ่งได้เป็น 4 ตอนย่อยด้านในเรื่อง ตัวละครในแต่ละตอนไม่มีความเกี่ยวข้องกัน แต่ว่าเวลาทั้งผองของเหตุที่เกิดขึ้นคือตรงเวลาช่วงปิดภาคการศึกษาใหญ่พอดี จะสนุกสนานป่วนปั่นเพียงใดต้องตามไปดูเรื่องราวของพวกเขาเลยในปิดภาคการศึกษาใหญ่ หัวใจว้าวุ่น

5. เยี่ยม
“เจ๋ง” ภาพยนตร์แนวคอมเมดี้ ควบคุมโดย ยงยุทธ ทองกองทุน ที่บอกเล่าเรื่องราวของเหล่าหญิงรับใช้ที่จำเป็นต้องเข้าไปเกี่ยวพันกับภารกิจเพื่อชาติในการสืบคดีเรื่องการกินสินบนให้แก่รัฐมนตรีในบ้านนายว่าจ้างของตนเอง ภารกิจสุดฮาของเหล่าหญิงรับใช้ก็เลยเกิดขึ้น ภายในเนื้อเรื่องจะถ่ายทำส่วนมากที่จังหวัดเชียงใหม่ทำให้พวกเราได้มองเห็นประเพณีดั้งเดิมรวมทั้งวิถีชีวิตของชาวล้านนาในวันสงกรานต์ได้เป็นอย่างดี

11 หนังที่ให้แง่คิดศึกษาค้นพบความหมายของชีวิต เพื่อล่วงเลยความทุกข์ใจที่ยุคสมัย

ดูหนังออนไลน์ ผู้ใดกำลังหา ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ต ที่ให้แง่คิดของชีวิต ในตอนกักบริเวณจากเชื้อไวรัสโควิดอย่างนี้ ต้องตามมาทางนี้ เพราะเหตุว่าพวกเราจะมาเชิญชวนทุกคนดูหนังที่ให้แง่คิดศึกษาค้นพบความหมายของชีวิต หลายท่านบางครั้งก็อาจจะเคยรับรู้คำกล่าวที่ว่าการดูหนังดีๆสักเรื่อง สามารถทำให้วิญญาณของพวกเราสะอาดขึ้น ดูหนังใหม่2020 ด้วยเหตุนั้น หลายๆครั้งการเรียนถึงหนทางของการแก้ไขปัญหาชีวิต เราสามารถใช้บทเรียนอะไรบางอย่างที่อยู่ในหนังมาประยุกต์ใช้กับตนเองได้ และก็ในสุดท้าย หากแม้เวลาเพียงแค่สองชั่วโมงกับหนังสักเรื่องอาจจะช่วยเหลืออะไรพวกเรามิได้ก็ตาม แม้กระนั้นอย่างน้อยเราก็เชื่อว่าระยะเวลาของหนังที่มีแง่มุมด้านบวกสักหัวข้อนั้นตั้งแต่เริ่มฉายจนถึงตอนสุดท้าย จิตใจของเรากำลังถูกปลอบโยนทีละน้อยๆไปในตัว อย่างแน่แท้

1. The Martian (2015) เดอะ มาร์เชียน กู้ตาย 140 ล้านไมล์
ภายใต้แรงกดดันที่เกิดขึ้นในชีวิตของ มาร์ก วัตนีย์ หนึ่งในกลุ่มนักบินอวกาศขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาตินั้นคงไม่มีใครเอาจริงเอาจังเท่าอีกแล้ว นั่นคือการที่เขาต้องหาทางเอาชีวิตรอดให้ได้บนดาวอังคารเพียงผู้เดียว รวมทั้งข้อคิดเตือนใจสำคัญของหนังประเด็นนี้อยู่ที่ตัวมาร์กบอกกับทุกคนว่า “ณ จุดใดจุดหนึ่ง ทุกสิ่งทุกอย่างจะล้มเหลวใส่คุณ ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างจะบกพร่องกระทั่งคุณบอกว่า นี่แหละ นี่เป็นจุดจบของฉัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะยอมยกธงขาวหรือจะลุกขึ้นยืนสู้ คุณแค่เริ่ม คิดคำนวณ จัดการกับปัญหาแรกให้ได้ แล้วพอหลังจากนั้นก็ค่อยจัดการกับปัญหาต่อไป แล้วหลังจากนั้นก็ถัดไป เมื่อคุณแก้ไขปัญหาได้มากเพียงพอ ท้ายที่สุดคุณจะได้กลับไปอยู่ที่บ้าน”

2. Love Letter (1995) ถามรักจากสายลม
ภาพยนตร์ที่ใช้บรรยากาศของหน้าหนาวที่มีหิมะตกหนักมาเป็นตัวแทนของความเปลี่ยวใจในใจของ ฮิโรโกะ วาตานาเบะ รวมทั้งความเจ็บนั้นก็ถูกเยียวยาโดยสิ่งที่ไม่คาดคิด สิ่งนั้นเป็นจดหมายตอบกลับที่คุณลองเขียนถึงผัวของตัวเองที่เพิ่งเสียชีวิตไปจากอุบัติเหตุ โดยส่งมาจาก อิตสึกิ ฟูจิอิ หญิงที่ชื่อแล้วก็สกุลเช่นเดียวกับชายคนรักของเธอโดยบังเอิญ เมื่อหญิงสาวทั้งคู่ที่ใบหน้าแบบเดียวกันเช่นเดียวกันกับฝาแฝดได้มาพบกัน ความลับในอดีตกาลที่หลบซ่อนอยู่ด้านในห้องสมุดของโรงเรียนมัธยมศึกษาที่ฝ่ายชายเคยเรียนก็ค่อยๆถูกคลี่คลาย ฮิโรโกะก็ได้พบกับการก้าวข้ามความเจ็บของชีวิต ส่วนอิตสึกิ (หญิง) ก็พบกับความอบอุ่นในชีวิตเหมือนแสงแดดจากฤดูใบไม้ผลิ

3. The PURSUIT of HAPPYNESS (2006) ยิ้มไว้ก่อนบิดาสอนไว้
ภาพยนตร์บรรยายชีวิตจริงของ คริสโตเฟอร์ การ์ดเนอร์ มหาเศรษฐีพันล้าน ซึ่งก่อนจะมาถึงจุดนี้ได้จำเป็นต้องฝ่าฟันมรสุมมากมายที่ต่างมารุมกระตุ้นเขาจนกระทั่งกับจำเป็นต้องไปดำเนินชีวิตอยู่ภายในห้องน้ำสาธารณะกับลูกชายซึ่งเป็นเหมือนความสบายเดียวในชีวิตของเขา ก่อนที่จะสิ่งนั้นจะเป็นคติสอนใจว่า แม้ว่าจะโศกสลดแค่ไหนก็ตาม แม้กระนั้นถ้าเกิดเรามองหาความสบายที่แอบหลบอยู่ในมุมมืดได้ สิ่งนั้นจะเป็นเหมือนแสงดวงจันทร์กลมโตที่ทำให้คุณอบอุ่นในเวลากลางคืนอันมืดมิดอย่างสิ้นสงสัย

4. Eternal Sunshine of the Spotless Mind (2004) ลบคุณ…ให้ไม่ลืม
ถ้าเกิดเราลืมความเจ็บปวดได้ คงจะดีไม่น้อย แม้กระนั้นในชีวิตจริงไม่มีผู้ใดลืมได้จริง ถึงแม้ว่าจะ โจเอล บาริช ชายที่ลบความทรงจำที่มีด้วยกันกับแฟนสาวคนเก่าที่เขาเคยรัก แต่ทว่าเมื่อเขารู้สึกตัวอีกครั้ง ก็พบว่าความจำนั้น ทำให้เขาได้เรียนรู้ถึงความหมายของชีวิตคู่ และก็ความเจ็บไม่ใช่วาระสุดท้ายของความสัมพันธ์ แถมยังสามารถทำให้ทั้งสองแก้ไขกันและกัน และเติบโตในความเชื่อมโยงต่อไปได้

5. 50/50 (2011) ฟิฟตี้ ฟิฟตี้ ไม่ตายก็รอดวะ
ภาพยนตร์ขึ้นหิ้งสายดราม่าน้ำตาซึม ที่บอกเล่าเรื่องราวของอดัม ผู้ชายผู้ใช้ชีวิตหายใจทิ้งไปวันๆเนี่องจากเขาเป็นโรคมะเร็งก็เลยไม่มีซึ่งสิ่งจูงใจใดๆก็ตามสำหรับการมีชีวิตต่อ ทำให้ไคล์ เพื่อนเกลอคู่กาย เริ่มชักชวนเขาไปทำอะไรสนุกสนานๆบ้าบิ่นสารพัน ก่อนที่จะโน่นจะเปลี่ยนเป็นข้อคิดเตือนใจสำคัญว่า ในที่สุดแล้วมนุษย์เราเกิดขึ้นมาครั้งหนึ่งในชีวิตจะมานั่งเศร้าใจไปทำไม การออกไปดำรงชีวิตให้บันเทิงใจสุดเหวี่ยงตามใจฉัน คงเป็นคำว่าชีวิตได้ดียิ่งไปกว่าการนั่งถอนใจรอความตายอย่างแน่นอน

6. The Secret Life of Walter Mitty (2013) ชีวิตพิศวงของ วอลเตอร์ มิตตี้
เพราะเหตุว่าบางคราวคุณอาจจะร้อนใจอยู่ แค่คุณอาจจะยังไม่รู้ตัวเพียงแค่นั้น ภาพยนตร์ประเด็นนี้ก็เลยเป็นตัวอย่างของความทุกข์ใจที่ไม่มีเสียงซึ่งแสดงออกมาได้อย่างดีเยี่ยม รวมทั้งนี่เป็นเรื่องราวของ วอลเตอร์ มิตตี้ หนุ่มพนักงานสถานที่ทำงานผู้ใช้ชีวิตไปวันๆก่อนที่เขาจะมีโอกาสได้เดินทางไปยังดินแดนอันเหน็บหนาว เหงาหงอย รวมทั้งเงียบสงัด จนตราบเท่าเมื่อเขากลับมายืนที่เดิม ก็พบว่าโดยความเป็นจริงแล้วสิ่งที่เขาเคยรู้สึกว่าพึงพอใจ กลับกลายความทุกข์ที่เขาก้มหัวยอมรับได้แล้วต่างหาก

7. The Notebook (2004) รักเธอหมดใจ ขีดไว้ให้โลกจารึก
เรื่องราวของสองหนุ่มสาว โนอาห์และอัลลี ที่ได้หลงรักกันอย่างหมดหัวใจ แต่จำต้องถูกใจแบ่งเรื่องชนชั้นมาเป็นปัญหาสำคัญต่อความรัก จนถึงทำให้ทั้งคู่ต้องแยกจากกัน ก่อนที่ต่อมาทั้งสองได้กลับมาเจอะกันอีกที ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้บอกให้เราเข้าใจว่า สุดท้ายแล้วความรักในแบบที่ไม่หวังผลตอบแทน เป็นทางออกที่ยอดเยี่ยมสำหรับความทุกข์ที่ไม่ชัดเจน ซึ่งผู้คนจำนวนมากมักเรียกว่า ‘ความปรารถนา’ (จากความรัก)

8. The Perks of หนังออนไลน์ 2020 Being a Wallflower (2012) วัยปั่นป่วนหัวใจปึ้ก
นี่อาจเป็นภาพยนตร์วัยรุ่นที่เรื่องความทุกข์ทรมานสะดุดใจรวมทั้งสะดุดตาพวกเราสูงที่สุด เมื่อวันหนึ่ง ชาลี เด็กวัยรุ่นขวยเขินที่มีปัญหาการเข้าสังคมได้พบกับแซมและแพทริก เพื่อนฝูงกรุ๊ปแรกในชีวิตที่รอช่วยเหลือเขา ทำให้มีอาการชาลีกลายมาเป็นเด็กที่กระปรี้กระเปร่าอีกครั้ง เด็กวัยรุ่นทั้งหลายทำให้เราทราบดีว่า ไม่ว่าใครจะเจอกับปัญหาที่เจ็บปวดแบบไหน แม้มีใครซักคนรอฟังแล้วก็อยู่ดูแลจิตใจเวลาที่หมดกำลังใจ เป็นทางเลือกหลักที่ไม่ต้องนั่งขจัดปัญหาเพียงลำพังให้ทรมานจนเกินรับไหว

9. Begin Again (2013) เนื่องจากรัก เป็นเพลงรัก
หนังหัวข้อนี้แสดงถึงภาพของคนหนุ่มคนสาวในช่วงปัจจุบันที่กำลังพบกับฟุตบาทในชีวิตที่ส่องสว่างราวกับแสงสว่างของดวงสาว ก็แค่ดาวคู่นี้มีดวงหนึ่งที่แสงสว่างเบาๆริบรี่ลงด้วยเหตุว่าเรื่องของความเชื่อมโยง แล้วก็ผู้ชายวัยกลางคนซึ่งไม่ได้ต่างอะไรกับดาวฤกษ์ที่แสงในตัวนั้นได้ดับลงไปแล้ว เมื่อดวงดาวสองดวงโคจรมาพบกันก็เลยกลายเป็นแรงที่เกื้อหนุนกันและก็ช่วยให้แสงสว่างแห่งชีวิตของแต่ละฝ่ายกลับมาแผ่รัศมีได้อีกครั้ง หากแม้ในหนังจะมีเพลงซึ้งๆถูกใจอย่าง Lost Stars แต่ว่าเพลงที่ทำให้พวกเราปล่อยวางในเรื่องของความเชื่อมโยงได้ก็คือ A Step You Can’t Take Back

10. INSIDE OUT (2015) อัศจรรย์อารมณ์อลเวง
ศึกษา เห็นด้วย เติบโต เรามอบสามคำนี้ให้กับภาพยนตร์แอนิเมชันหัวข้อนี้ ถึงแม้พื้นฐานจะดูเหมาะสมกับเด็กๆในเรื่องของการรู้เท่าทันแล้วก็จัดการกับอารมณ์ตนเอง แต่ว่าสำหรับผู้ใหญ่ที่ผ่านร้อนหนาวของชีวิตมาก่อน ไม่ใช่แค่รู้เรื่อง แต่สามารถปลอบประโลมใจในวันที่บางอารมณ์กลัดกลุ้ม หรือปล่อยวางในบางอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่านได้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้สอน แต่ว่าดึงและเค้นประสบการณ์ร่วม ก่อนจะสะท้อนกลับมาสู่จิตใจ ให้ปฏิบัติภารกิจคัดเลือกกรองรวมทั้งตีความอีกรอบ

11. Anomalisa (2016) ‘บุคคลอื่น’ ที่แตกต่างกันเช่นเดียวกัน
มนุษย์คืออะไร ความเจ็บปวดคืออะไร การมีชีวิตเป็นอย่างไร รวมทั้งเวลาเรามีจำกัด นั่นคือสิ่งที่พวกเราลืม ประโยคต้นๆจากตัวอย่างภาพยนตร์แอนิเมชันประเด็นนี้ที่ชวนให้เราติดตามผู้แสดงนำอย่าง ไมเคิล สโตน ที่เจอกับวิกฤตกลางคนไปจนกระทั่งจบ ผู้ชายที่พากเพียรดิ้นรนค้นหาความสุขภายใต้หน้ากาก เราตามติดว่าท้ายสุดแล้วเขาจะเจอกับความสุขที่เรียกว่าอะไร ความรัก การงาน หรือครอบครัว เราไม่บอก แต่ว่าเพียงแค่ทราบว่าการไม่หลอกตัวเองรวมทั้งเห็นด้วยให้ได้อาจเป็นยารักษาใจที่เยี่ยมที่สุดแล้ว

ดูหนังอะไร ตอนไหนเยี่ยมที่สุด? จัดแจงนาฬิกาชีวิตของคุณให้เป็นประโยชน์

ดูหนังออนไลน์ เคยสงสัยมั้ยว่า จะเปิด ดูหนังออนไลน์ สักเรื่อง หรืออ่านหนังสือดีๆสักเล่ม ในช่วงเวลา ตอนเช้า สาย บ่าย เที่ยง จะให้ดีควรจะทำเวลาไหน หนังแนวนี้เหมาะกับระยะเวลาไหน จำต้องเลือกทำเวลาใดให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและสมอง ส่วนมากแล้วพวกเรามักจะเจอแม้กระนั้นข้อเสนอแนะว่า ควรทำอะไร หรือควรทำยังไง แต่กลับไม่ค่อยมีคนพอใจเรื่องเวลาว่าเราควรทำตอนไหน ฟังดูบางทีอาจจะซับซ้อนไปสักหน่อยใช่มั้ยล่ะท่านผู้ชม แต่ยังไงก็ไม่จำเป็นต้องกลุ้มใจหัวใจใป เรามีทริคดีๆเกี่ยวกับ การจัดการนาฬิกาชีวิตให้เป็นประโยชน์ มาเสนอแนะทุกคน ทดลองเอาอย่างนี้มอง ระยะเวลาไหนควรจะทำอะไรเลือกดูหนังแนวใด แล้วจะมีความรู้สึกว่าจิตใจมันแฮปปี้ดีเลิศจริงๆ

ผลการค้นคว้าที่จะทำให้คุณใช้นาฬิกาชีวิตให้เป็นประโยชน์
การค้นคว้าชิ้นใหม่พบว่า ‘เวลาเหมาะสมที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับชีวภาพและฮอร์โมนของเรา’ วิทยาศาสตร์เรียกในเวลาที่เหมาะสมนี้ว่า chronobiology หรือ ดูหนังออนไลน์ นาฬิกาชีวิต โดย ดร.ไมเคิล บรูส (Dr. Michael Breus) นักจิตวิทยาคลินิกและก็นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับจาก American Academy of Sleep Medicine เขียนหนังสือ The Power of When โดยมั่นใจว่าการทำงานร่วมกับนาฬิกาธรรมชาติของร่างกายเป็นกุญแจสำคัญที่จะก่อให้เกิดความสำเร็จสำหรับการทำกิจกรรมต่างๆ

เคยสงสัยไหมว่าพวกเราควรที่จะทำการเลือกทำอะไรช่วงไหนถึงจะมีผลดี
โดยมากแล้วพวกเราชอบพบแต่ข้อแนะนำว่า ควรทำอะไร หรือควรทำอย่างไร กลับไม่ค่อยมีคนพึงพอใจเรื่องเวลาว่าพวกเราควรทำตอนไหน ซึ่งความจริงแล้ววิทยาศาสตร์มีคำตอบสำหรับหัวข้อนี้ เนื้อหาเล็กน้อยในหนังสือ The Power of When โดยกล่าวว่า ตอนที่สมควรที่จะทำทุกอย่างขึ้นกับชีวภาพและฮอร์โมนของเรา โดยทางวิทยาศาสตร์เรียกเวลาสมควรนี้ว่า chronobiologyหรือ นาฬิกาชีวิต
ดร.ไมเคิล บรูส (Dr. Michael Breus) นักจิตวิทยาสถานพยาบาลและก็แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับจาก American Academy of Sleep Medicine นักเขียนหนังสือเล่มดังที่กล่าวมาข้างต้นเชื่อว่าการทำงานร่วมกับนาฬิกาธรรมชาติของร่างกายเป็นกุญแจสำคัญที่ก่อให้เกิดความสำเร็จสำหรับเพื่อการดำเนินการต่างๆเขาบอกว่า นาฬิกานี้ถูกฝังอยู่ในสมองของคุณตั้งแต่คุณยังเป็นเด็กแบเบาะ ไม่แน่ว่าถ้าหากคุณทดลองยึดรูปแบบนาฬิกาชีวิตตามแบบด้านล่างนี้ ก็อาจช่วยให้การดำนงชีพของตัวคุณเองราบรื่นได้ไม่น้อย

ในขณะที่เยี่ยมที่สุดสำหรับเพื่อการศึกษาของใหม่ๆ
ดร.ไมเคิล บรูส กล่าวว่าระยะเวลาของการเรียนของใหม่ๆของผู้คนจะมีคุณภาพมากที่สุดเมื่ออยู่ในขณะ 10.00-14.00 น. รวมทั้ง 16.00-22.00 น. เพราะสมองจะอยู่ในตอนที่พร้อมเปิดรับสิ่งต่างๆเยอะที่สุด
หนังที่เหมาะสมแก่การดูในเวลานี้คือ Sci-Fi Movies (หนังวิทยาศาสตร์) Documentaries (หนังสารคดี) Adventure (หนังแนวเสี่ยงอันตราย)
ในช่วงเวลาที่ตอนที่ไม่ควรจะศึกษา หรือขวนขวายอะไรให้เข้ามาในสมองคือตอน 04.00-07.00 น. เนื่องด้วยเป็นเวลาที่สมองพักผ่อน หนังที่ไม่เหมาะแก่การดูในช่วงเวลานี้ War (หนังสงคราม) และก็ Thriller Movies (หนังแนวระทึกขวัญ)

ในขณะที่เยี่ยมที่สุดในการระดมความคิด
จำนวนมากแล้วคนเราชอบมีความคิดสร้างสรรค์น้อยมากในช่วงเวลาที่เราต้องการมากที่สุด นั่นก็คือขณะ 11.00-15.00 น. ซึ่งเป็นช่วงๆเวลาทำงานตามปกติของคนสามัญ แต่ว่าดร.บรูส กลับพบว่าขณะที่ความริเริ่มคิดสร้างสรรค์จะทำงานก้าวหน้าที่สุดกลายเป็นตอนที่เราเริ่มรู้สึกเหนื่อย แล้วก็สมองเริ่มเพ้อเจ้อ เนื่องจากสมองทางซ้ายและทางด้านขวาจะเชื่อมต่อกันแล้วก็กระตุ้นความคิดใหม่ๆโน่นอาจหมายถึงช่วงบ่ายๆและในช่วงนี้ยังเหมาะสมแก่การดูหนัง Fantasy (หนังแนวผสมจินตนาการ) รวมทั้ง Musicals Movies ดูหนังใหม่2020 (หนังเกี่ยวกับเพลง) ให้สมองด้านซ้ายได้โลดแล่นเติมจิตนาการเต็มกำลัง

เวลาที่ยอดเยี่ยมสำหรับในการพักผ่อนหย่อนใจ
บ่ายวันศุกร์เป็นช่วงเวลาดีๆที่สุดด้วยเหตุว่าวันศุกร์เป็นวันสุดท้ายของสัปดาห์ซึ่งมักจะเป็นวันที่ดำเนินงานได้อย่างไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ แต่คนไม่ใช่น้อยกลับอารมณ์เบิกบาน เพราะพรุ่งนี้จะได้พักผ่อน ก็เลยเป็นตอนในเวลาที่สมควรสำหรับการจะขออะไรทำอะไร บางสิ่งบางอย่างเพิ่มหรือบางทีอาจจะขายสินค้าก็ย่อมได้ ส่วนวันที่ควรจะเลี่ยงเยอะที่สุดคือเช้าวันจันทร์ เนื่องจากว่าคนไม่ใช่น้อยจะอยู่ในอารมณ์เครียดและก็รู้สึกไม่ค่อยดีนัก ยิ่งกว่านั้นยังเป็นเวลาที่ดีที่สุดสำหรับในการ ดื่มกาแฟ แต่งนวนิยาย และยังรวมไปถึงขณะที่คุณต้องมีเซ็กซ์ แล้วก็ขณะนี้ยังเหมาะสมแกการดูหนัง Comedy (ภาพยนตร์ตลก) ,Family (หนังครอบครัว) ,Animation (หนังการ์ตูน) ,Romance (หนังโรแมนติก) และก็ Erotic (หนังผู้ใหญ่)

การศึกษาและทำการค้นพบฟังก์ชันต่างๆของนาฬิกาชีวิตอาจไม่ได้การันแปลความสำเร็จเสมอ แม้กระนั้นมันสำคัญเป็นอย่างมากหากคุณจำต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การทำงาน หรือเรียนหนังสือ การดูหนัง การพักผ่อนหย่อนใจให้ได้ผลออกมาเยี่ยมที่สุดบนพื้นฐานของร่างกายที่สอดคล้องต้องกัน อย่าลืมนำทริคดีๆอย่างนี้ไปประยุกต์ในชีวิตประจำวันกันนะคะ

10 หนังที่จะเปลี่ยนแปลงความคิด และก็มุมมองความสำเร็จในชีวิตคุณไปชั่วกัลปวสาน

หนังออนไลน์ 2020 หนัง ไม่ว่าจะเป็นการ ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ต หรือมองในโรงหนัง ประสบการณ์จากการดูหนังก็ให้อะไรได้มากกว่าที่คิด ก่อนที่คุณดูบางครั้งก็อาจจะรู้สึกอีกอย่าง แม้กระนั้นพอหนังจบลง ความรู้สึกของคุณอาจแปรเปลี่ยนไปอีกอย่าง ในหนังเรื่องหนึ่งๆมักแฝงข้อคิดเตือนใจไว้มากยิ่งกว่า 1 ข้ออย่างแน่นอน ถ้าเบาๆคิดตามไปบางทีอาจไม่จำเป็นที่จะต้องคล้อยตามทั้งสิ้น ความคิดของคุณอาจนอนก้นขึ้นก็ได้ บางเรื่องให้ทั้งยังแรงจูงใจ แล้วก็มีผลกระทบกับการตัดสินใจในชีวิตพวกเราอย่างไม่น่าเชื่อ แล้วก็หนังทั้งยัง 10 เรื่องตั้งแต่นี้ต่อไปชี้แนะให้ท่านลองไปหามาดูให้ได้นะ เพราะว่ามันอาจจะส่งผลให้คุณเปลี่ยนความคิด ชีวิตเปลี่ยนแล้วก็ไปถึงเป้าหมายอย่างไม่คาดคิดมาก่อนก็ได้

1. Fight Club : วัตถุนิยมกับการแบ่ง
Fight Club เป็นหนังซึ่งสามารถมองได้บ่อย บอกเล่าเรื่องราวการปลดปล่อยตนเองออกจากห่วงโซ่ของชีวิตยุคใหม่ ซึ่งมีความซ้อนทับและก็ทำให้ท่านตกเป็นเหยื่อของหนัง ตัวละครพร้อมที่จะรับความเจ็บปวดหรือเสี่ยงตายถึงชีวิต

2. Pumping Iron : ความเชื่อถือในตัวเองและก็การถือสิทธิ์
Pumping Iron ไม่ได้เป็นเพียงหนังที่เกี่ยวกับการเสริมสร้างความสามารถร่างกายเพียงแค่นั้น แม้กระนั้นเป็นภาพยนตร์สำหรับผู้ที่ไขว่คว้าหาพลังแห่งความเชื่อถือในตนเอง
ซึ่ง Arnold Schwarzenegger ได้มีการแลกความนึกคิดทัศนคติแล้วก็ความเชื่อถือของเขาในรูปภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย เนื่องจากถ้าเช่นนั้นก็เลยไม่แปลดวงใจเลยว่าเพราะอะไรคุณถึงควรหยิบขึ้นมาดูบ้าง

3. The Words : สร้างสรรค์ให้เป็นงานของตัวเอง
The Words เรื่องราวของหนังเขียนที่ชี้ให้เห็นว่าการบรรลุผลนั้นยากเย็นเท่าใดสำหรับการไขว่คว้า ทำให้ยอมและก็ถอยหลังกลับ หรือไปคัดลอกงานของผู้คนซึ่งง่ายดายเสียยิ่งกว่ามาก ภาพยนตร์ประเด็นนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้รับผิดชอบกับหลักการทำงานของตนเองเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เหมาะสมที่สุด

4. In Pursuit Of Happyness : อย่ายอม
ภาพยนตร์รายละเอียดลึกซึ้งประทับใจที่อาจส่งผลให้คุณเสียน้ำตาได้ เรื่องราวของ Chris Gardner เซลส์แมนหนุ่มที่จะต้องกัดฟันสู้ในภาวะเศรษฐกิจเพื่อความอยู่รอดของครอบครัวกระทั่งเปลี่ยนมาเป็นคนไร้บ้าน หนังเรื่องนี้จะให้แง่คิดว่าเพราะเหตุใดคุณก็เลยไม่ควรยอมยกธงขาว และไม่ปลดปล่อยให้เหตุการณ์อะไรก็แล้วแต่มาทำลายความฝันของตน

5. Good Will Hunting : ตามหาเลื่อมใสรัก
เป็นหนังสำหรับผู้ที่มีความรู้และมีความเข้าใจแต่ไม่เชื่อว่าตัวเองจะบรรลุผลสำเร็จได้ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะมอบแรงจูงใจให้คุณอย่างลึกซึ้ง แล้วก็เห็นว่าตนเองก็มีอำนาจพอที่จะทำได้เช่นเดียวกัน

6. The Secret : ทัศนคติในเชิงบวก
The Secret เป็นภาพยนตร์ที่อ้างอิงเกี่ยวกับกฏที่การดึงดูด บอกให้เห็นถึงปรัชญาบวกสำหรับชีวิตที่เป็นอยู่ หนังประเด็นนี้ก็เลยเหมาะแก่คนที่กำลังหมดหวังแล้วก็มองหาแรงจูงใจและแรงผลักดันให้ก้าวเดินต่อ

7. The Social Network : สิทธิโดยชอบธรรม
คงจะมีคนที่รู้จักดีกับเรื่อง ดูหนังออนไลน์ The Social Network movie ซึ่งเกิดเรื่องราวความสำเร็จของ หนังออนไลน์ Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้ง Facebook เป็นภาพยนตร์ที่จะสร้างแรงผลักดันให้คนดูมีความรู้สึกว่าตนเองก็มีสิทธิ์ที่จะบรรลุเป้าหมายได้

8. Yes Man : จังหวะดีๆ
เป็นภาพยนตร์แนวคอมเมดี้ที่ใครๆก็ดูได้ เรื่องราวของคาร์ล อัลเลนที่ชีวิตย่ำอยู่กับที่อีกทั้งท้อใจอีกต่างหาก แล้วก็ชีวิตก็เปลี่ยนไปอย่างน่าอัศจรรย์เมื่อเขาเริ่มพูดคำว่า “ได้” หนังประเด็นนี้จะมีผลให้คุณย้อนกลับไปคิดถึงโอกาสที่เคยพลาดไปโดยเอ่ยว่า “ไม่” คำที่เดียวที่แปลงทุกสิ่ง

9. Limitless : เริ่มแล้วก็ลงมือ
เรื่องราวของ Eddie Morra ที่กินยาชนิดพิเศษตัวหนึ่งแล้วก็ทำให้ชีวิตของตัวเขาแปรไปในทางที่ดีขึ้นอย่างสิ้นเชิง ซึ่งหัวข้อนี้สอนให้ผู้ชมตระหนักถึงสิ่งต่างๆในชีวิตที่สามารถใช้ในการสำหรับขจัดให้เป็นผลได้

10. The Wolf Of Wall Street : แรงกระตุ้นแล้วก็ความรวย
ผลิตมาจากเรื่องจริงของจอร์แดน เบลฟอร์ เป็นหนังที่ทำให้เห็นว่าอะไรที่เงินซื้อได้และไม่ได้บ้าง The Wolf Of Wall Street เป็นภาพยนตร์ที่จะทำให้คุณหันมาประเมินชีวิตในตอนนี้ของตนอีกครั้ง พร้อมกับมุ่งหวังให้ทุกอย่างมีความประณีตบรรจงขึ้นกว่าเดิม

บางครั้งบางคราวภาพยนตร์ก็เป็นสะพานสร้างแรงผลักดัน พาผู้ชมมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายที่เราอยากได้ได้อย่างแท้จริง ในวันที่ชีวิตสิ้นหวังไม่เคยทราบจะเริ่มก้าวแรกให้มีหวังยังไง ก็ทดลองไปดูหนังที่พวกเราแนะนำมานี้ อย่างต่ำก็เป็นอย่างยิ่งใจที่ดีได้นะ

ทำไม? ฝึกหัดภาษาอังกฤษจากการดูหนังสำเร็จกว่าฝึกหัดจากการอ่านหนังสือ

หนังออนไลน์ 2020 ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ต อยู่บ้านก็สามารถฝึกหัดภาษาอังกฤษได้ผลกว่า ฝึกจากหนังสือนะ เพราะเหตุใด รู้มั้ย เวลาพวกเราเรียนหรือฝึกฝนภาษาอังกฤษจากการอ่านหนังสือ เพียงพออ่านไปครู่หนึ่งเราก็คงจะรู้สึกเบื่อ แล้วมันจะมีทางไหนที่ทำให้เราทำความเข้าใจได้อย่างไม่เบื่อบ้าง หนึ่งในนั้นคือการดูหนังยังไงล่ะ การฝึกภาษาอังกฤษจากการดูหนังเป็นหนึ่งในแนวทางที่จะทำให้ภาษาอังกฤษเราเจริญแบบกก้าวกระกระโดด การดูหนัง มันก็สนุกอยู่แล้ว แล้วก็มันจะดีมากถ้าเราสนุกไปด้วยเรียนรู้ภาษาอังกฤษไปด้วย แล้วก็นี่หมายถึงเหตุผล ที่ทำไมการฝึกหัดภาษาอังกฤษจากหนัง ถึงเห็นผลกว่า การฝึกจากหนังสือ เหตุผลพวกนั้น มีอะไรบ้าง มาดูกัน

1. ด้วยเหตุว่าการดูหนังมันสนุกกว่า
การเรียนไปพร้อมๆกับความสนุกสนานร่าเริง ย่อมดีกว่าทำความเข้าใจแบบน่าเบื่อเสมอ ยิ่งถ้าหากได้ดูหนังที่ชอบแล้วด้วย ประเภทที่แบบจำได้ทุกอารมณ์รวมทั้งคำบอกเล่า ก็ยิ่งเรียนรู้ได้เร็ว รวมทั้งทำให้เราจำแบบประโยคได้ว่า อารมณ์แบบนี้ พวกเราเอาคำบอกเล่าโก้เก๋ๆอย่างนี้มากล่าวได้นะ การดูหนังที่สนุกสนานแล้วก็ตัวเองถูกใจ จะช่วยให้พวกเราเรียนรู้ได้เร็วขึ้นจริงๆเมื่อเทียบกับการอ่านหนังสือ

2. ได้คำคม/คำพูดนำไปใช้ได้ต่อแบบเท่ๆและก็จำได้แน่ๆ
หนังหลายๆเรื่องชอบมีคำคม รวมทั้งให้ข้อคิดกับพวกเราเสมอ พวกเราสามารถศึกษาภาษาอังกฤษจากคำคมพวกนั้นได้ หรือนำคำคมพวกนั้น มาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันเราก็ยังได้ ตัวอย่างเช่น ถ้าหากคนใดกันเคยมองเรื่อง Spider Man และชอบประเด็นนี้ อาจจะไม่มีใครไม่ทราบ คำคมคำนี้ สามารถเอาคำคมนี้ไปใช้พูดขณะที่จำต้องรับผิดชอบงานอะไรที่มันใหญ่มหึมาได้ ฮ่าๆ
“With great power comes great responsibility”
“อำนาจที่ยิ่งใหญ่ มากับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง”
หรือหนังเรื่อง Fast & Furious 6 ก็ได้แง่คิดแล้วก็คำคมมา
“Every man has to have a code”
“เป็นลูกผู้ชายจำเป็นต้องมีแนวทาง”

3. ภาษาในหนังหมายถึงภาษาที่ใช้ในชีวิตจริง
ในตำราเรียนโดยมาก ครั้งคราวจะพบศัพท์หรือประโยคโบราณๆที่คนสมัยปัจจุบันเขาไม่ค่อยพูดกันแล้ว มักจะเป็นภาษาแบบทางการซะมากยิ่งกว่า แต่ในหนังเป็นภาษาพูดทั่วไปที่เราเอาไปใช้เอาอย่างพูดต่อในชีวิตได้จริงๆ

4. ได้ทราบความหมายของคำศัพท์ที่ไม่ใช่แค่เฉพาะคำแปล
เวลาเรียนในห้องเรียน คุณครูให้การบ้าน แปลคำศัพท์จากหนังสือ เราก็จะได้แต่ว่าแค่คำแปล แต่ว่าพวกเราจะคิดไม่ค่อยออกว่า เราจะใช้ประโยชน์ที่ใด ใช้ยังไง แต่ว่าถ้าในหนัง เราจะทราบถึงบริบทของคำนั้นๆทราบว่าใช้คำนั้นยังไง และก็ใช้เมื่อไหร ยิ่งหากดูหนังแนวเดิมๆบ่อยๆเช่นหนังแนวสืบสวน ก็จะรู้คำศัพท์ แล้วก็บริบทของคำนั้นๆเยอะขึ้นเรื่อยๆด้วย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราพึ่งรู้คำศัพท์ใหม่แบบที่ไม่ทราบมาก่อน อย่างคำว่า Detective ที่หมายความว่า นักสืบ ร้อยอีกทั้งเก้าสิบเก้าจุดเก้าๆพอเปิดดิกเสร็จ รู้ความหมายละ แม้กระนั้นไม่เคยได้ใช้เลย ประเดี๋ยวก็ลืมคำศัพท์คำนี้ แต่ถ้าหากเป็นหนังนะ ดูหนังสองสามเรื่องเกี่ยวกับสืบสวนสอบสวนก็พอจะรู้และเข้าใจดีแล้ว Detective แปลว่าอะไร เราสามารถใช้ได้หลายแบบอย่าง ทั้งใช้นำหน้าชื่อได้ เป็นต้นว่า Detective Loki จากหนังที่ดีเยี่ยมที่สุดเกี่ยวกับเรื่องการลักพาตัวเด็กอย่างหนังเรื่อว Prisoners หรืออาจจะใช้เป็นคำนามบอกอาชีพก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น He’s a detective
รวมทั้งสิ่งที่จำเป็นเลย เป็นทราบว่า เว้นเสียแต่รู้ดีว่า Detective แสดงว่าอะไรแล้ว ยังทราบว่าทำอะไรบ้างอีก อย่างเช่นสุดยอดหนังเรื่อง Seven ที่ แบรดพิทและมอร์แกนฟรีแมนแสดงเป็นนักสืบ พูดได้ว่า ยิงปืนนัดเดียว ได้นกสองตัว (Killing two birds with one stone.) อย่างนี้หนังสือทำไม่ได้นะอิอิ

5. ดูหนังได้อารมณ์มากว่าอ่านหนังสือเป็นไหนๆ
มีคนบอกว่า อารมณ์ของข้อความที่พวกเราได้ยินนั้น 30% มาจากคำศัพท์หรือใจความที่พวกเราใช้ แต่ว่าอีก 70% หนังออนไลน์ ที่เหลือเป็น มาจากบริบทต่างๆของผู้พูดดังเช่น พูดอย่างไร ยิ้มไหม น้ำเสียงเป็นเยี่ยงไร เสียงดังหรือไม่ สิ่งพวกนี้ไม่สามารถบอกได้ด้วยหนังสือเรียน อย่างไรก็แล้วแต่ ไม่ได้หมายความว่าการการฝึกหัดภาษาอังกฤษจากการอ่านหนังสือไม่ดี ทุกสิ่งล้วนมีข้อดีของมันหมด แม้กระนั้นการฝึกฝนภาษาอังกฤษจากการดูหนัง soundtrack นั้น ช่วยในประเด็นการฟังได้มากมาย พอฟังได้แล้วการพูดก็จะตามมา ด้วยเหตุว่าเราเอาอย่างจากการฟัง ราวกับเด็กนั่นแหละครับที่ฟังก่อน ค่อยบอกเป็น นี่เป็นรากฐานสำคัญ แม้กระนั้นสิ่งที่สำคัญสูงที่สุดเลยคือ ความตั้งอกตั้งใจและก็ความสม่ำเสมอ แรกๆบางทีอาจจะยาก แต่ว่าเชื่อเถอะ วันใดวันหนึ่งนึง คุณจะฟังแล้วแทบไม่ต้องประเมินผลอะไรเลย ด้วยเหตุผลดังกล่าว มาเริ่มดูหนัง Soundtrack กันดีกว่าเนอะ หากคนใดกันแน่ยังไม่เคยทราบว่า เพราะเหตุใดเราควรจะดูหนัง หนังออนไลน์ 2020 เสียง soundtrack มากเสียงบรรยายไทย

เคล็ดวิธี ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ตอยู่บ้านอย่างไรให้ “ฟิน” จนกระทั่งไม่ต้องการที่จะไปโรงภาพยนต์อีกเลย

ดูหนังออนไลน์ วันนี้เราจะมาแชร์แนวทางการ ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ต แบบอยู่บ้านก็ “ฟิน” จนถึงไม่อยากไปโรงหนังอีกเลย ถึงแม้ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยบอกว่าดูหนังให้อิน จะต้องไปดูที่โรงภาพยนต์สิ! แม้กระนั้นก็ใช่ว่าโรงหนังจะมีหนังที่เราอยากมองเสมอไป หรือบางครั้งเรื่องที่พวกเราตั้งตาคอยจะไปดูในโรง พอถึงเวลาก็ยุ่งซะจนถึงไม่มีเวลา รู้สึกตัวอีกครั้งหนังเรื่องนั้นก็ออกจากโรงซะแล้ว สำหรับผู้ใดกันแน่ที่ไม่สะดวกไปดูหนังที่โรง คุณก็สามารถ ดูหนังออนไลน์ ที่บ้านให้อินแล้วก็ฟินเสมือนในโรงภาพยนต์ได้ จะมีวิธีการอะไรบ้างไปดูกันเลย

มองแบบมีอรรถรส ต้อง Soundtrack เพียงแค่นั้น
มั่นใจว่าอาจมีเพื่อนๆหลายๆคนที่ถูกใจและติดตามหนังต่างถิ่นอยู่เป็นประจำซึ่งแม้ว่าคุณอยากความฟินและความเพลิดเพลินที่มากยิ่งขึ้นแล้ว จำเป็นต้องบอกเลยว่า การดูหนังแบบ Soundtrack นั้นจะก่อให้คุณสามารถสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของดาราหนังที่ถูกถ่ายทอดผ่านเสียงได้มากกว่าการดูแบบบรรยายเสียง ดูหนังออนไลน์เต็มเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการโทนการพูด จังหวะ หรือ ต่อให้เสียงหายใจเบาๆที่บางคราวการนำกย์เสียงก็บางครั้งอาจจะตกหล่นในเนื้อหาส่วนนี้ไป ซึ่งนั่นบางทีอาจจะแปลงความรู้สึกสำหรับการดูหนังประเด็นนั้นของคุณไปเลยก็ได้ รวมทั้งในหลายๆครั้งที่บทถูกวางแบบมาสำหรับภาษาต้นฉบับเพียงแค่นั้น ทำให้การแปลภาษาออกมานั้นมองแปลกๆรวมทั้งอาจส่งผลให้เกิดความคลาดเคลื่อนจนทำให้พวกเราไม่เข้าใจรายละเอียด หรือเนื้อหาส่วนที่มีความสำคัญที่หนังหัวข้อนั้นต้องการจะสื่อก็เป็นได้

จัดแบบหน้าจอใหญ่ เต็มตา ก็ฟินแล้ว
แน่นอนว่า การไปดูหนังในโรงนั้นก็จะมีผลให้คุณได้ดูหน้าจอใหญ่ที่ภาพและเสียงชัดเจนเต็มตา แต่เทคโนโลยีในยุคนี้ก็ได้พัฒนาจอทีวีให้สามารถรองรับความคมชัดระดับ 4K หรือ Ultra 4K เสมอกันกับที่ฉายในโรงภาพยนต์ได้แล้ว หรือสำหรับผู้ใดกันที่คิดว่าจอ 4K นั้นบางครั้งก็อาจจะเกินงบประมาณที่คุณมองหาไปสักนิดสักหน่อย หนังออนไลน์ 2020 บางครั้งอาจจะเลือกทีวีหน้าจอใหญ่ แบบ Full HD ที่ขายกันในขณะนี้ก็เรียกได้ว่าความละเอียดชัดเจนรวมทั้งภาพงาม พอจะให้คุณสามารถดูหนังโปรดของคุณได้แบบอินสุดๆแล้ว ส่วนจะเลือกขนาดหน้าจอใหญ่แค่ไหนสุดแล้วแต่กำลังทรัพย์ในกระเป๋าของคุณรวมทั้งขนาดของห้องที่เหมาะสมด้วยครับ

เครื่องเสียงดี มีชัยไปว่าครึ่ง
ทุกครั้งที่คุณเข้าไปดูหนังในโรง ก็จะสังเกตุได้ว่ามีการซาว์ดเช็คระบบเครื่องเสียงรอบๆโรงหนัง ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเกิดคุณอยากดูหนังให้ได้อรรถรส เครื่องเสียงนับว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่น้อย ซึ่งหลายแบรนด์ในขณะนี้นั้นแข่งกันที่คุณภาพแล้วก็ความบางของหน้าจอ จนลืมตั้งใจในคุณภาพของเครื่องเสียงหรือลำโพงที่ติดมาพร้อมกับตัวทีวีไป สำหรับคนใดกันแน่ที่มีทีวีอยู่แล้วบางครั้งก็อาจจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ด้วยการ ซื้อลำโพงหรือเครื่องเสียง Soundbar มาเสริมเพื่อคุณได้รับประสบการณ์การรับดูที่ดีขึ้น แต่ว่าถ้าเกิดคนไหนกันที่กำลังมองหาโทรทัศน์ตัวใหม่เข้าบ้านแล้วล่ะก็ ชี้แนะว่าให้เลือกทีวีที่แพงขึ้นอีกสักหน่อยเพื่อให้ได้ระบบเสียงที่ดีแล้วก็มาพร้อมกับตัวเครื่องโทรทัศน์ไปเลยจะดีมากยิ่งกว่านะจ๊ะ

ถ้าว่าคุณได้รองเอาอย่างคำแนะนำที่เราได้กล่าวไว้แล้ว รับประกันเลยว่าคุณจะชอบใจการดูหนังอยู่บ้านกระทั่งไม่ต้องการที่จะอยากที่จะออกไปดูที่โรงอีกเลยก็เป็นได้ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการดูแบบผู้เดียว หรือ จะเชิญชวนสหายๆหรือคนที่อาศัยอยู่ในครอบครัวมาดูด้วยกันเพื่อเป็นกิจกรรมสำหรับเพื่อการสานสโมสรให้คุณได้ใช้เวลาหรือแชร์ความเพลิดเพลินกับคนที่คุณรักก็ได้

ดูหนังออนไลน์ อยู่บ้านช่วยชาติ กับ 5 ชั้นหนังแอคชั่นสนุกรุนแรง

หนังออนไลน์ มานอนดู หนังออนไลน์ อยู่บ้านกันเหอะ! ระยะนี้มีทั้งฝุ่น อีกทั้งวัววิด แถมอากาศประเทศไทยก็ร้อนราวกับฝึกตกนรกไปยี้ก! รวมทั้งขณะนี้ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยยังจำต้องกักบริเวณอยู่ที่บ้านช่วยชาติลดโรค ไปไหนก็ไม่ได้ ใช่มั้ยล่ะ จำต้องรู้สึกเบื่อกันบ้างแหล่ะ วันนี้พวกเราเลยจะมาเชิญชวนทุกคน ดูหนังผ่านเน็ต อยู่ที่บ้านกัน เอาล่ะ เราได้เก็บหนังดีๆบันเทิงใจๆกับ 5 ชั้นหนังแอคชั่นรุนแรง รุนแรงมากกว่าแดดเมืองไทย มาให้ทุกคนได้เลือกดูแล้ว จัดเตรียมน้ำเตรียมของหวานให้พร้อม จะมีเรื่องไหนบ้างตามเลยนะ

1. LONE SURVIVOR (2013) ทำการพิฆาตสมรภูมิเดือด
เรื่องราวของกลุ่มลาดตระเวนของหน่วยซีลกลุ่ม 10 ประกอบด้วยเรือเอกไมเคิล เมอร์ฟี้ (Taylor Kitsch) หัวหน้าทีม, พันจ่าโทดินแดนนี่ ไดแอทซ์ ดูหนังออนไลน์ (Emile Hirsch), พันจ่าโทแมทธิว หนังออนไลน์ 2020 แอกเซลสัน (Ben Foster) และก็จ่าโทเสนารักษ์มาร์คัส ลูทเทรล (Mark Wahlberg) ได้รับคำบัญชาให้เที่ยวตรวจสืบรอบๆช่องเขา Shuryek Valley ระหว่างการลาดตระเวนได้พบกับเด็กเลี้ยงแพะ และดูไม่เป็นพิษเป็นภัยอะไรก็เลยปล่อยตัวไป ก่อนที่จะเวลาต่อมากลุ่มลาดตระเวนจะพบว่าตัวเองถูกหน่วยรบกลุ่มตาลีบันล้อมพื้นที่เอาไว้หมดแล้ว ทางเดียวที่จะรอดไปได้เป็นฝ่าออกไป ลุย!

2. UNKNOWN (2011) คนนิรนามเดือดคุกรุ่น
ดร.มาร์ติน แฮริส (เลียม นีสัน) ไปประชุมด้านการแพทย์ที่เบอร์ลินพร้อม อลิซาเบธ (แจนยัวรี่ โจนส์) ภรรยาของเขา แต่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างเกิดบกพร่อง เมื่อนั่งรถแท็กซี่ที่มีจีน่า (ไดแอน คุณครูเกอร์) เป็นผู้ขับ แล้วเผชิญอุบัติเหตุจนถึงรถยนต์จมน้ำ เขารุนแรงไปนับเป็นเวลาหลายวัน เมื่อฟื้นขึ้นมาก็พบว่า ภรรยาจำเขามิได้ และมีชายไม่รู้จัก (เอแดน ควินน์) มาสวมรอยเป็นตัวของเขาเอง เมื่อเขาสืบว่ากำเนิดอะไรขึ้น ผู้ที่เคยช่วยเหลือเขา รวมทั้งรู้การมีตัวตนของเขา ก็เริ่มถูกปิดปากไปทีละคน

3. FURY (2014) วันพื้นดินเดือด
​เรื่องราวในช่วงสุดท้ายของสงครามโลกครั้งที่สอง เดือนเมษายน ค.ศ.1945 กองกำลังผู้สนับสนุนของอเมริกาอุตสาหะบุกเข้าไปในเมืองเบอร์ลินของเยอรมัน แต่ว่าก็จำเป็นต้องเจอกับการปกป้องคุ้มครองที่แน่นหนา จนไม่อาจจะทะลวงเข้าไปได้ จึงเป็นหน้าที่ของ วอร์แดดดี้ (กางรด พิตต์) นายสิบสิบเอกของกองทัพ กับสมาชิก 4 คน ในรถถังต่อสู้ฟิวรี่ ที่จะทำภารกิจบุกตะลุยฝ่ากองทัพท้องนาซีเข้าไปในใจกลางจุดยุทธศาสตร์ ซึ่งผลลัพธ์ของภารกิจของพวกเขา ก็เปลี่ยนเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้กองทัพอเมริกาเป็นข้างที่ได้รับชัยชนะในสงครามโลก

4. MAN ON FIRE (2004) คนจริงเผาแค้น
ครีสซี่ (เดนเซล วอชิงตัน) สมัยก่อนนักฆ่าที่ล้างมือมาดำเนินงานซื่อสัตย์สุจริต ตามคำแนะนำของเพื่อนเกลอ เรย์ เบิร์น (คริสโตเฟอร์ วอลเคน) โดยการเป็นบอดี้การ์ดให้กับเด็กน้อย พิต้า (ดาโกตา แฟนนิง) แม้กระนั้นแล้วเมื่อพิต้าถูกลักพาตัวเรียกค่าไถ่ แปลงเป็นตราบาปที่ว่าไม่สามารถรักษาคนสำคัญของชีวิตได้ ทำให้อุดมการณ์เก่าจำต้องยืนขึ้นมาอีกครั้งกับบทบาทนักฆ่าเหี้ยมโหด ที่ผู้ใดกันแน่มาขัดขว้างหรือมีส่วนเกี่ยวข้องต้องตาย แต่มองยิ่งค้นหาหามากมากแค่ไหน กลับจำเป็นต้องเจอข้อเท็จจริงที่ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นมันมีแผนการที่วางไว้ล่วงหน้า แล้วก็เป็นกระบวนการชั่วช้าที่มากับคำว่า มืออาชีพ

5. CRANK: HIGH VOLTAGE (2009) คนคลั่ง ไฟแรงสูง​
​เชฟ เชลิออส (เจสัน สเตแธม) มือปืนสุดรุนแรง ทิ้งดิ่งจากเฮลิคอปเตอร์ลงมานอนบนพื้น กรุ๊ปผู้ร้ายคนจีนก็เอาร่างของเขายัดใส่ด้านหลังรถตู้ เมื่อเชฟตื่นขึ้นก็พบว่าถูกผ่าตัดขโมยหัวใจ และมีหัวใจเทียมอยู่ในผู้แทนที่ เชฟอาละวาดแหลกรวมทั้งหนีออกมา หัวใจเทียมนั้นแก่การใช้งานจำกัด เขาจึงไปหาด็อกเตอร์ ไมลส์ (ดไวต์ โยแคม) ให้ช่วยหาแนวทางยื้อเวลาชีวิตออกไป รวมทั้งเขาจำต้องใช้ไฟฟ้าช็อตตนเองอยู่เป็นประจำ พร้อมด้วยออกไล่ล่าชิงหัวใจคืนมา

ชี้แนะหนังดีมีสาระสุดฮิตแนวคุณหมอ ครบรสอีกทั้งวิชาความรู้ ความฟิน

หนังออนไลน์ 2020 อยู่บ้านว่างๆมาเพิ่มพูนความรู้โดยการ ดูหนังออนไลน์ ซีปรี่ย์ออนไลน์ ที่เกี่ยวเนื่องกับวงการแพทย์ กันเถอะเรา สืบเนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัสวัววิด หลายคนจึงเริ่มเล็งเห็นความสำคัญของความสะอาด และการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายกันมากยิ่งขึ้น ซึ่งหนังหรือซีรี่ย์เกี่ยวกับการแพทย์นั้น นอกจากจะช่วยให้พวกเรารู้เรื่องแนวทางการทำงานของหมอ การวินิจฉัยโรค การดูแลคนไข้ แล้วยังได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลตัวเอง ลักษณะโรค ลักษณะโรค ผ่านการแสดงที่หยิบยกมาจากความเป็นจริงผ่านตัวละคร แถมพวกเรายังจะได้ทราบจักโรคต่างๆที่เราอาจไม่รู้จักมาก่อนจากการดูหนังได้ด้วย หนังดีๆมีประโยชน์แบบนี้ต้องหาดูแล้วจะมีเรื่องไหนบ้างตามมาเลยนะ

1. ER (Emergency Room) ศึกษาคำว่า เร่งด่วน
เจ้าตำรับซีรี่ย์ที่เกี่ยวกับแวดวงแพทย์ ซึ่งฉายมา 15 ภาค ตั้งแต่ปี 1994-2009 โดยมีดาราดังๆของฮอลลีวูดมาร่วมแสดงมากไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งเนื้อเรื่องได้สะท้อนการเป็นหมอในห้องรีบด่วนที่แสนจะยุ่งวุ่นวาย ในวันแล้ววันเล่าจะมีผู้เจ็บป่วยเร่งด่วน มาเป็นบททดสอบให้กับแพทย์ และก็ซีรีย์ประเด็นนี้ได้สะท้อนภาพสาธารณสุขของสหรัฐอเมริกา ที่ทำให้เราเห็นระบบสาธารณสุขของประเทศที่พัฒนาแล้ว

2. Grow Up หรือ หมอฝึกฝนต่อสู้สนาม
ศึกษาก่อนที่จะเป็นแพทย์ และก็เติบโตไปด้วยกัน ซีปรี่ย์ Grow Up ผู้ผลิตจากจีน ได้ฉีกแนววิธีการทำซีรี่ย์ไปค่อนข้างมากมาย ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยที่ดูหนังจีนมาก่อน บางครั้งอาจจะจำต้องเปลี่ยนแปลงมุมมองใหม่กับหัวข้อนี้อย่างยิ่งจริงๆ เนื้อเรื่อง พูดถึงเด็กสาวคนหนึ่งที่ฝันต้องการจะเป็นแพทย์ที่ดี แต่ว่าพอเพียงเข้ามาฝึกการทำงานในโรงหมอในเซี่ยงไฮ้แล้ว กลับพบว่าการเป็นหมอที่ดีนั้นไม่ใช่แค่การดูแลรักษาคนเท่านั้น สิ่งที่คุณต้องเผชิญนั้นคือ กฎที่ต้องปฏิบัติ กฎหมาย ดูหนังออนไลน์ และการทำงานที่ไม่ล้ำเส้น แล้วก็ที่สำคัญเป็น การจำต้องมองเห็นผู้ที่ตนเองรักษาตายต่อหน้า โน่นเป็นบททดลองแรกเท่านั้น โดยตัวพระเอกของเรื่องก็มีมิติที่น่าสนใจ แม้ตัวเองจะเป็นแพทย์ แต่ว่าก็ไม่บางทีอาจรักษาช่วยชีวิตลูกสาวผู้เดียวไว้ได้

3. Doctor X (หมอซ่าส์ชนิดเอ็กซ์)
ศัลยแพทย์ไดมอน ไม่จิโกะ เป็นแพทย์มือหนึ่งของญี่ปุ่น ที่รับงานเป็นฟรีแลนซ์ เป็นคนไม่สนใจสังคม รวมทั้งวัฒนธรรมในโรงพยาบาล เป็นผู้ต่อต้านเรื่องการแบ่งพรรคแบ่งพวก ที่สำคัญเป็นคนพอใจแต่การดูแลรักษาโรคของผู้เจ็บป่วยเพียงแค่นั้น แต่ละเคสที่แพทย์ไดมอนรักษา จะเป็นเคสที่ออกจะยาก แต่ไดมอนก็ผ่านมาได้เสมอ ซีปรี่ย์ประเด็นนี้ แม้ว่าจะมองเกินจริงไปนิด แต่ว่าเก็บข้อความสำคัญหัวข้อการรักษาโรคเจริญ ที่สำคัญยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมหน่วยงานได้น่าดึงดูดทีเดียว

4. Good Doctor (คุณหมอฟ้าประทาน)
มั่นใจว่า ซีปรี่ย์เรื่องนี้เป็นอันดับแรกในใจใครๆผู้คนจำนวนมาก เนื้อเรื่องเอ๋ยถึงการต่อสู้ของแพทย์คนหนึ่งที่เป็นโรคออทิสติก มีความผิดธรรมดาทางพัฒนาการ แม้กระนั้นเขาเป็นคนฉลาดหลักแหลม แล้วก็มีความรู้ความสามารถมากพอที่จะเป็นหมอได้ แม้กระนั้นเขาก็สามารถเรียนรู้และก็ใช้ชีวิตได้อย่างคนธรรมดา ซึ่งแม้ใครมองหัวข้อนี้แล้วจะเข้าจิตใจผู้ที่เป็นออทิสติกมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงลักษณะการทำงานของหมอ ที่จำเป็นต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆเพื่อที่จะเป็นหมอที่แกร่งในอนาคต

5. Beautiful Mind (เพศชายหลายมิติ)
ถ้าแพทย์ไม่สามารถที่จะเข้าใจความรู้สึกของผู้เจ็บป่วย แล้วจะรักษาคนป่วยได้อย่างไร ซีรี่ย์หัวข้อนี้ เล่าถึงการต่อสู้ของแพทย์คนหนึ่ง ที่จะต้องฝึกฝนอ่านสีหน้าและก็ท่าทีของคน ในระหว่างที่ตัวเองรักษาคนไข้ หมอเองก็ต้องบำบัดรักษาแล้วก็รักษาโรคของตัวเองที่เป็นอยู่ด้วย นอกจากนั้นซีปรี่ย์เรื่องนี้ ยังเล่าถึงกระบวนการทำธุรกิจโรงหมอ ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่การให้บริการทางด้านการแพทย์เพียงแค่นั้น แต่ว่ายังรวมถึงคิดค้นการค้นคว้าการดูแลรักษาโรค เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิบัตรต่างๆอีกด้วย

6. Doctors (ตรวจดวงใจเธอให้พบรัก)
ซีรีย์เรื่องนี้ เล่าถึงเด็กสาวใช้การไม่ได้คนหนึ่ง ที่มีแรงกระตุ้นตัวเองจนสามารถเป็นหมอได้ ถึงแม้ประเด็นนี้จะมีความหวานตามสไตล์หนังรัก แม้กระนั้นก็มีแง่มุมเรื่องระบบสาธารณสุขมาให้เราได้ขบคิดอีกด้วย

7. Dr. หนังออนไลน์ Romantic (ดร. โรแมนติก)
ซีรี่ย์ที่เล่าราวแนวทางการทำงานของแพทย์ ที่ทำให้เห็นมุมมองต่างๆเกี่ยวกับอุดมการณ์ รวมทั้งการทำงานของแพทย์ ที่เคยอยู่ในจุดสูงสุดของชีวิต แตะไปถึงจุดต่ำสุดของชีวิต และเอ๋ยถึงระบบทุนนิยมในระบบสาธารณสุขอีกด้วย เป็ฯผลงานซีรี่ย์น้ำดีจากฝั่งประเทศเกาหลี เสนอแนะเลยจ้า หัวข้อนี้สนุกสนานมากมาย

8. it’s okay that’s love (ถ้าเกิดรักกัน…มันก็โอเค)
เชื่อว่า คนอีกจำนวนไม่น้อยที่ดูซีรี่ย์เรื่องนี้ต่างตรวจสอบตัวเองว่า เราป่วยเป็นโรคทางจิต หรือไม่ และก็แม้ป่วยไข้ พวกเราจะรักษาตัวเองยังไง หัวข้อการป่วยเป็นโรคที่เกิดขึ้นทางจิตนั้น ส่วนใหญ่คนไทยมักไม่ค่อยทราบ และก็คิดว่า การเจอจิตแพทย์นั้นไม่ใช่เรื่องปกติ แต่ว่าในความเป็นจริงแล้ว การเจอจิตแพทย์ นั้นถือเป็นเรื่องดี โดยยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่มีความตึงเครียด อาการเศร้าหมอง บางคราวการป่วยทางใจไม่ได้มาจากสภาพจิตใจ แต่ว่ามาจากการทำงานของสมองที่ขาดตกบกพร่อง ตกลงว่า การเจอจิตแพทย์ ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว ใครกันแน่อยากประเมินตนเองก็ลองโทรไปที่ สายด่วนสุขภาพเกี่ยวกับจิต 1323 ดูกรเพื่อไต่ถามอาการเบื้องต้นได้ เห็นไหม ว่าการดูหนังนอกเหนือจากที่จะบันเทิงใจแล้วยังได้เรื่องรู้ด้านการแพทย์มาดูแลตัวเองและก็ผู้ที่พวกเรารักได้อีกด้วยนะ

การดูหนังออนไลน์ สามารถสร้างเสริมความสามารถได้หลายด้านจริงมั้ย?

ดูหนังออนไลน์ การดูหนังออนไลน์ สามารถสร้างเสริมความสามารถให้เราได้จริงมั้ย? คุณเคยสงสัยกันรึป่าวร้อง อย่างที่รู้ดีแล้ว ว่าการดูหนังให้อะไรกับพวกเราอยู่เสมอ ยิ่งถ้าเป็นการดูหนังผ่านเน็ต ก็ยิ่งทำให้เราสามารถตกผลึกจากการดูหนังได้มากขึ้น เพราะอะไร? โน่นก็เพราะเหตุว่าครั้งใดก็ตามดูหนังออนไลน์ พวกเราสามารถดูได้แบบมีสมาธิ ไม่มีคนมารบกวน ทำให้สามารถจุดโฟกัสได้มากกว่าการดูในโรงหนัง ช่วยทำให้เกิดความชำนาญหลายๆเหมือนกับพวกเราได้มากกว่า ที่สำคัญ จะวนมาดูจุดที่พึงพอใจจำนวนกี่ครั้งก็ได้ไม่มีใครว่า สบายสุดๆแต่ว่าความชำนาญที่ว่าจะมีอะไรบ้างล่ะ? คงมีบางบุคคลนึกคำตอบในใจเอาไว้บ้างแล้ว แต่ขอบอกเอาไว้ก่อนเลยจ๊ะว่าอาจจะเจอความถนัดที่ใครหลายๆคนไม่ได้นึกถึงมาก่อน ว่าสามารถฝึกซ้อมจากการดูหนังออนไลน์ได้ด้วย หากอยากรู้แล้วว่าความถนัดที่ว่านั้นเป็นยังไง แล้วนอกเหนือจากนี้แล้วยังมีทักษะอะไรที่น่าดึงดูดอีกบ้าง พวกเราก็มาดูไปพร้อมๆกันเลยดีมากยิ่งกว่า

ความชำนาญด้านการสื่อสาร
แน่นอนว่าทักษะการสื่อสารจากการดูหนังออนไลน์ในที่นี้ ได้ทั้งการฟัง การพูด การอ่าน การเขียนเลยล่ะ เนื่องจากว่าในเวลาที่เราดูหนังพวกเราจะใช้สมาธิใส่ใจ ตาดูหูฟัง แถมหนังบางเรื่องมีซับไตเติ้ลให้พวกเราได้อ่านอีก รวมทั้งนั่นเอง การอ่านนั้นยังเชื่อมโยงไปถึงการที่เราจำคำ รวมทั้งสามารถเขียนคำได้ถูกอีกด้วยนะ

ความชำนาญด้านภาษาต่างประเทศ
นี่คงเป็นความสามารถที่หลายท่านระลึกถึงเป็นลำดับแรกๆเลย เมื่อนึกถึงการฝึกฝนความชำนาญจากการดูหนังออนไลน์ ด้วยเหตุว่ามันเป็นแนวทางการเรียนรู้ที่เห็นผลจริง จนถึงคุณครูสอนภาษาอังกฤษเองยังชี้แนะให้นักเรียนศึกษาเรียนรู้เพิ่มจากการดูหนัง โดยในตอนแรกคุณอาจจะเริ่มจากการดูหนังออนไลน์ ซับไทยและศึกษาคำศัพท์ไปด้วย พอเริ่มเก่งขึ้น มีความเชื่อมั่นและมั่นใจในเรื่องของภาษามากขึ้น ก็ลองปิดดูดซึมไตเติ้ลภาษาไทย แล้วทดลองดูว่าตนเองรู้เรื่องเกี่ยวกับหนังมากน้อยแค่ไหน

ความชำนาญการคิด วิเคราะห์ แยกประเภท
พวกเราจะเรียนรู้การคิด วิเคราะห์ แยกแยก ได้จากการดูหนัง ก็เมื่อเราคิดตามถึงเหตุผลของพฤติกรรมของตัวละครอยู่เสมอเวลา แล้วก็เพื่อสามารถฝึกซ้อมเจริญเพิ่มขึ้น ให้ลองหาใครสักคนมานั่งดูแล้ววิเคราะห์ไปพร้อมเพียงกัน เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่พวกเราคิดผิดถูกมากน้อยแค่ไหน ถึงแม้ว่าหนังหลายๆเรื่องสามารถตีความหมายได้อย่างมากมาย ไม่มีถูกไม่มีผิด แต่ว่าการนั่งถกกันกับคนอื่นๆจะช่วยทำให้เราได้เปิดรับมุมมองใหม่ๆมากขึ้น ความชำนาญของเราก็จะดียิ่งขึ้นอย่างเห็นผลด้วย

ความสามารถด้านความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
การดูหนังช่วยให้พวกเราเกิดแรงผลักดันมากไม่รู้จบ ดูหนังฟรีออนไลน์ใหม่ 2020 พวกเราสามารถนำแรงดลใจพวกนั้นมาเป็นหนังสือเบิกทางสู่การฝึกซ้อมความชำนาญด้านความสร้างสรรค์ต่อได้ คุณอาจเกิดความคิดในการวาดภาพ ประพันธ์นิยาย ตัดเย็บชุดตามแบบตัวละครในหนัง ไปจนกระทั่งไอเดียอื่นๆซึ่งสิ่งกลุ่มนี้มันสามารถช่วยทำให้คุณเติบโตได้จริงๆขอแค่เพียงคุณมีความอุตสาหะแล้วลงมือกระทำให้สำเร็จ

ความถนัดสำหรับเพื่อการจับใจความ
ปัญหาด้านการจับใจความ เป็นปัญหาสำคัญที่ควรจะเร่งปรับแต่ง เพราะเหตุว่ามันเกิดกับคนหลายคนในสังคม อีกทั้งยังสามารถก่อให้เกิดผลเสียต่อหลายสิ่งหลายอย่างได้ ดูหนังฟรี การดูหนังแล้วก็ตั้งใจฟังคำพูดของผู้แสดงเพื่อฝึกฝนความถนัดการฟังจับใจความ นอกเหนือจากการที่จะทำให้พวกเราสามารถรู้เรื่องเนื้อเรื่องได้มากกว่าการฟังผ่านๆแล้ว เรายังสามารถเอามาต่อยอดสำหรับในการฟังเรื่องที่คนอื่นจะบอกหรือจะมานะจะสื่อในชีวิตจริงได้ ช่วยให้ลดปัญหาความไม่ถูกกันระหว่างบุคคล ทำให้คู่เจรจามีความคิดว่าเราเป็นคนฟังที่ดี ช่วยลดความบกพร่องสำหรับในการรับสารส่งข่าวสารแล้วก็ทำสิ่งต่างๆลงได้อย่างได้ผล

ลำโพงดูหนังอยู่บ้านเลือกอะไรดี ระหว่าง Sound bar กับ Home Theater

หนังออนไลน์ อยาก ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ต อยู่บ้าน อยากได้ระบบเสียงชัดจัดเต็มแบบโรงภาพยนต์ คนชอบดูหนังแบบเราจะต้องมีลำโพงแบบเริ่ดๆใช่มั้ยล่ะ รวมทั้งถ้าหากเอ่ยถึงลำโพงดูหนังอยู่บ้านไม่มีผู้ใดไม่คิดถึง Sound Bar กับ Home Theater เนื่องจากว่าทั้งคู่นั้นเป็นลำโพงดูหนังอยู่บ้านที่มอบพลังเสียงได้ครบบริบรูณ์มากยิ่งกว่าลำโพงจำพวกอื่นและก็เนื่องในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการระบาดวัววิด-19 จึงทำให้คนอีกจำนวนไม่น้อยต้องการเปลี่ยนแปลงจากการดูหนังในโรงภาพยนต์มาเป็นดูหนังในบ้านแทนจึงส่งผลให้ระยะนี้ยอดขายของ Sound Bar กับ Home Theater พุ่งกระฉูด วันนี้พวกเราจึงมีประโยชน์เกี่ยวกับ Sound Bar กับ Home Theater มาบอกให้ผู้ที่ต้องการทราบว่าลำโพงดูหนังอยู่บ้านเลือกอะไรดีล่ะ ระหว่าง Sound bar กับ Home Theater

Sound Bar (ซาวด์บาร์) คืออะไร?
ซาวด์บาร์ ก็คือลำโพงชนิดหนึ่ง สถานที่ทำงานดังการเอาลำโพงหลายๆใบมาใส่รวมเอาไว้ในเคสยาวๆกลายเป็นลำโพงทรงแท่ง ที่มองดูผิวเผินและจากนั้นก็หน้าตาไม่ราวกับลำโพงแบบเก่าที่พวกเราคุ้นเคยกันสักมากแค่ไหน
Home theater (โฮมเธียเตอร์) เป็นยังไง
โฮมเธียเตอร์ Home theater หรือ หนังออนไลน์เต็มเรื่อง Home cinema เป็นระบบภาพยนตร์สำหรับการใช้งานในบ้าน ดูหนังออนไลน์ โดยรวมเอาระบบเครื่องเสียง และก็เครื่องมือแสดงภาพเข้าด้วยกัน การใช้แรงงานภาพชอบระบบฉายภาพ โดยมีเครื่องฉายภาพรวมทั้งจอ หรือทีวีหน้าจอใหญ่ หรือทีวีความแหลมคมชัดสูง การถ่ายทอดคุณภาพเสียงนั้นอาศัยระบบเสียงรอบทิศทาง ที่มีความน่านับถือสูง หรือระบบไฮไฟ

สรุปแล้วเลือกอะไรดีล่ะ ระหว่าง Sound bar กับ Home Theater

– คอนโดพื้นที่น้อยให้จัด Sound Bar
ข้อดีของ Sound Bar คือการตำหนิดตั้งในพื้นที่จำกัด นอกเหนือจากที่จะมีน้อยชิ้นแล้วตำแหน่งของการวางลำโพงก็ยังง่ายสุดๆ เพียงแค่ติดให้อยู่กึ่งกลางทีวีเพียงแค่นั้น สะดวก ตอบโจทย์ห้องสไตล์คอนโด หรือห้องดูหนังที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก
– Sound Bar ให้ตำแหน่งเสียงพูดได้ดีกว่า
การวางลำโพงไว้กึ่งกลาง ทำให้เสียงพูดรวมทั้งเสียงเบสแจ้งชัดเท่ากัน ซึ่งตำแหน่งของเสียงกล่าวที่ดีจำเป็นต้องอยู่ตรงกลาง ด้วยเหตุนี้ หากดูหนังกับเพื่อนฝูงๆแล้วอยากจะให้ทุกคนได้ยินเสียงพูดชัดเจนตรงกันทั้งผอง เลือก Sound Bar ได้เลย!!
– เรื่องมิติของเสียงซ้ายขวาก็จะต้อง Home Theater
ลำโพง Sound bar ที่มีลักษณะรูปทรงยาว ทำให้ระยะห่างของเสียงซ้ายและขวาอยู่ใกล้กันมากกว่าลำโพงที่วางแยกซ้ายรวมทั้งขวา เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดคุณอยากฟังเพลงอย่างมีอรรถรส โดยมีการแยกมิติของเสียงซ้าย-ขวาที่แจ่มชัด ลำโพงแบบ Home Theater จะเหมาะกับคุณที่สุด
– ความงามก็ต้องพิจารณา
คนไหนที่พอใจชุดเครื่องเสียงกระหึ่มแบบจัดเต็มคงถูกอกถูกใจกับความสวยสดงดงามอลังการของ Home Theater ที่ให้ความรู้สึกเหมือนยกโรงภาพยนต์มาเอาไว้ภายในบ้าน แต่ว่าถ้าเกิดคนใดอยากได้ความงามแบบมินิมอล Sound bar ก็โก้เก๋ได้แบบเดียวกัน